ประวัติวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ
| ดัชนีบทความ |
|---|
| ประวัติวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ |
| หน้า 2 |
| หน้า 3 |
| หน้า 4 |
| หน้า 5 |
| หน้า 6 |
| หน้า 7 |
| หน้า 8 |
| หน้า 9 |
| หน้า 10 |
| หน้า 11 |
| หน้า 12 |
| ทุกหน้า |

ความเป็นมา มีชื่อเรือว่า ราชญาณนาวาฑีฆายุมงคล สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา เรือหลวงลำนี้มีความกว้าง ๓๐ เมตร ยาวโดยประมาณ ๖ ไร่เศษ สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ สร้างขึ้นล้วนแต่เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงสถาบันแห่งชาติทั้งสิ้น สร้างขึ้นในปีมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เป็นปีกาญจณาภิเษก พระเทพโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม เจ้าคณะเขตดุสิต ( ธรรมยุต ) กรุงเทพ ฯ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ ขึ้น ได้คิดรวบรวมพระพุทธจริยาปางต่างๆ ประจำวันของเทพนพเคราะห์ทั้ง ๙ พระองค์ มีพระอาทิตย์เทพ จันทรเทพ เป็นต้นและคนทั้งหลายก็นำมาเป็นนิมิตหมายแห่งวันเกิดของตน และเทพแต่ละองค์ก็จะมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่เคารพนับถือบูชาประจำพระองค์ มนุษย์ทั้งหลายที่ได้ถือนิมิตรหมายแห่งเทพประจำวันเกิด ก็จะต้องยอมรับนับถือพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยพุทธจริยาปางต่างๆ มาประจำตัวด้วย จึงเป็นที่มา ของพระพุทธรูปประจำวันเกิดทั้ง ๗ วัน โดยเพิ่มวันพุธกลางคืนคือพระราหูและพระเกตุเข้าอีก ๒ พระองค์ จึงรวมเป็น ๑. ปางประทับรอยพระพุทธบาท (พระกาญจนาภิเษกเป็นองค์ประธาน )
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ เลขที่ ๙๙ หมู่ที่ ๒ ตั้งอยู่บนเขา ณ บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ เป็นพุทธสถานที่คณะสงฆ์และคณะศิษยานุศิษย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงค์(วิน ธมฺมสารเถร ป.ธ.๙) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กรุงเทพฯ สร้างถวายแด่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงค์ ในโอกาสที่เจริญชนมายุศม์ ครบ ๘๐ ปี เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ได้รับอนุญาตจาก กรมธนารักษ์ให้ใช้สถานที่ จำนวน ๙๖ ไร่ ๒ งาน ๕๘ ตารางวา สร้างวัดขึ้นเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖รอบ๗๒พรรษา และได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีวา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘
ชื่อ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ นี้ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงค์ ( วิน ธมฺมสารเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร ได้ประทาน ชื่อวัดว่า วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เพื่อถวายพระเกียรติ แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (ม.จ.ภุชงค์ ชมพูนุท) วัดราชบพิธสถิตสีมาราม ส่วน สิริวัฒนวิสุทธิ์ ( วิ. ) เป็นพระราชทินนามที่พระราชทานชื่อสมณศักดิ์ แด่พระราชาคณะ ชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ( พัดขาว ) พระครูปลัดสัมพิพัฒนวิริยาจารย์
( สุนทร สุนฺทราโภ เปรียญ ๔ ประโยค ) ได้รับพระราชทาน เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ปัจจุบันเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระเทพโมลี
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กทม.
เมื่อ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ รับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์ ฯ และทรงรับเป็นองค์ประธาน งานก่อสร้างเจดีย์ศรีพุทธคยา เฉลิมพระเกียรติ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในโอกาสที่ทรง ครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปีและทรงเจริญพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ใน วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
รูปลักษณ์สิ่งก่อสร้าง
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ สร้างเป็นรูปเรือหลวง มีความหมาย ถึงพาหนะที่จะช่วยขนสัตว์โลกที่ยังตกอยู่ในห้วงแห่งสังสารวัฎ
(ทะเลวน)ให้พ้นจากโอฆะสงสารห้วงน้ำนั้นคือ กิเลส เรือที่ตั้งอยู่บนเกาะหรือภูเขาหมายถึงเป็นสถานที่ ที่น้ำไม่สามารถท่วมถึงได้หรือท่วมทับแก่บุคคลที่มีปัญญาได้ ผู้มีปัญญา มีความขยัน อดทนไม่ประมาทตามกิเลส มีความสำรวมระวังดี ก็จะอยู่บนเรือลำนี้ได้โดยปลอดภัย
เรือหลวงอันเป็นที่ตั้งของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์

พระพุทธเอกนพรัตน์ บริเวณหัวเรือ ราชญาณนาวาฑีฆายุมงคล เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเอกนพรัตน์ ( ปางเสริมบารมี ) พระพุทธเอกนพรัตน์นี้
๙ องค์ เรียกว่า เทพนพเคราะห์สำหรับดูแลรักษามนุษย์ให้มีความสุขความเจริญ
พระพุทธเอกนพรัตน์ เป็นพระพุทธรูป ๓ องค์ ๓ สมัย ๔ อิริยาบถ ๑๐ ปาง ในฐานเดียวกันคือ ประทับยืนสมัยสุโขทัย ประทับนั่งสมัยเชียงแสน และปางไสยาสน์สมัยอู่ทอง รวมพุทธจริยา ๑๐ ปาง ประทับยืน ๕ ปาง
๒. ปางรำพึง ประจำวันศุกร์
๓. ปางห้ามญาติ ประจำวันจันทร์
๔. ปางถวายเนตร ประจำวันอาทิตย์
๕. ปางอุ้มบาตร ประจำวันพุธ
ประทับนั่ง ๓ ปาง คือ
๖. ปางนาคปรก ประจำวันเสาร์ มีนาค ๙ เศียร
๗. ปางสมาธิ ประจำวันพฤหัสบดี
๘. ปางปาลิไลยก์ ประจำวันพุธกลางคืน
ประทับบรรทม ( ไสยาสน์ ) ๒ ปาง คือ
๙. ปางไสยาสน์ ประจำวันอังคาร
๑๐. ปางพระเกศธาตุ ประจำพระเกตุ( พระหัตถ์แตะพระเศียร )
ถอนเส้นพระเกศา
< ย้อนกลับ
ถัดไป >